รู้ทันเทคโนโลยีเครื่องทำลมแห้งอากาศประเภทใช้เม็ดสารดูดความชื้น (Desiccant Air Dryer) ประเภทและการใช้งานในโรงงาน

         ปัญหาน้ำปนเปื้อนในระบบลมอัด ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องจักรลดลง และสร้างความเสียหายต่อคุณภาพสินค้าในไลน์ผลิต การเลือกใช้ เครื่องทำลมแห้ง (Air dryer) ให้เหมาะสมกับความต้องการของอุตสาหกรรมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

         สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการคุณภาพลมอัดบริสุทธิ์และแห้งสนิทเป็นพิเศษ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ยา เภสัชกรรม อิเล็กทรอนิกส์ หรือโรงงานที่มีการเดินท่อลมอัดผ่านพื้นที่อุณหภูมิต่ำ เครื่องทำลมแห้งอากาศประเภทใช้เม็ดสารดูดความชื้น (Desiccant Air Dryer) ถือเป็นตัวเลือกมาตรฐานระดับสากล

ปกบทความ800600(86)
เหตุผลสำคัญที่ระบบลมอัดในโรงงานต้องปราศจากความชื้น

         อากาศรอบตัวตามธรรมชาติมีความชื้นสัมพัทธ์ (คือ ปริมาณไอน้ำที่มีจริงในอากาศ เมื่อเทียบกับปริมาณไอน้ำสูงสุดที่อากาศ ณ อุณหภูมินั้นจะอุ้มไว้ได้) แฝงอยู่เสมอ เมื่ออากาศเหล่านี้ถูกดูดเข้าสู่ เครื่องอัดอากาศ หรือ ปั๊มลม Atlas Copco เพื่อทำการบีบอัดจนได้แรงดันใช้งานระดับ 7 bar(e) ปริมาตรของอากาศจะถูกลดลงเหลือเพียง 1 ใน 8 ของสภาพเดิม ส่งผลให้ความสามารถในการดักเก็บไอน้ำของอากาศลดลงตามสัดส่วน

         เมื่อลมอัดที่ร้อนจากการบีบอัดค่อยๆ เย็นตัวลงจนเท่ากับอุณหภูมิแวดล้อม ไอน้ำส่วนเกินที่ไม่สามารถแทรกตัวอยู่ในอากาศได้จะเกิดการควบแน่นกลายเป็น "น้ำเหลว" ตกค้างอยู่ในระบบ

ผลกระทบร้ายแรงจากความชื้นในระบบนิวแมติก

        1. การกัดกร่อนและตะกรัน: การกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ เมื่อผสมกับน้ำมันเครื่องและสิ่งปนเปื้อนในอากาศ จะกลายเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด กัดกร่อนผนังท่อส่งลม และเกิดการสะสมของตะกรัน

        2. เครื่องจักรพังเสียหาย: ความชื้นจะเข้าไปชะล้างสารหล่อลื่นในเครื่องมือนิวแมติก ทำให้เกิดความอืด ชำรุดง่าย และทำให้หัวขับวาล์ว (Valve Actuator) ทำงานผิดพลาด

        3. การปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์: ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และยา ความชื้นคือปัจจัยเร่งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา รวมถึงทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดการออกซิไดซ์ (เกิดสนิม)

ข้อมูลเชิงเทคนิค: การรักษาระดับจุดน้ำค้างแรงดัน (Pressure Dew Point: PDP) ไว้ที่ -40°C หรือต่ำกว่า จะสร้างสภาวะที่เชื้อจุลินทรีย์หยุดการเจริญเติบโตอย่างสิ้นเชิง ทำให้ไลน์ผลิตมีความปลอดภัยสูง

เครื่องทำลมแห้งอากาศดูดความชื้นคืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร

         เครื่องทำลมแห้งอากาศดูดความชื้น ทำงานโดยอาศัยหลักการดูดซับทางกายภาพที่เรียกว่า Adsorption (การดูดซับ) ซึ่งมีความแตกต่างจาก Absorption (การดูดซึม) อย่างสิ้นเชิง :

      • Absorption (การดูดซึม): คือกระบวนการที่โมเลกุลน้ำซึมเข้าไปแทรกตัวอยู่ ภายในเนื้อวัสดุ เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ซับน้ำไว้ในเนื้อฟองน้ำ

        • Adsorption (การดูดซับ): คือกระบวนการที่โมเลกุลของไอน้ำถูกแรงทางกายภาพยึดเกาะไว้เฉพาะบน พื้นผิว ของวัสดุเท่านั้น ไม่ได้ซึมเข้าไปข้างใน เปรียบเสมือนฝุ่นที่เกาะอยู่บนพื้นผิวพรม ซึ่งเป็นหลักการหลักที่เม็ดสารดูดความชื้น (Desiccant Media) ใช้ในการดักจับความชื้นจากอากาศ

        สถาปัตยกรรมแบบถังคู่ (Twin-Tower Architecture)

                    เพื่อให้สามารถจ่ายลมอัดที่แห้งสนิทได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เครื่องทำลมแห้งประเภทนี้จึงถูกออกแบบให้มีถังบรรจุสารดูดความชื้น 2 ถัง ทำงานสลับกันผ่าน 4 ขั้นตอนหลัก:

                1. การดูดซับ (Adsorption): ลมเปียกจาก เครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลม ไหลเข้าสู่ถังที่ 1 สารดูดความชื้นจะดักจับโมเลกุลน้ำไว้ และปล่อยลมแห้งสนิทออกไปใช้งาน

                2. การฟื้นฟูสภาพ (Desorption / Regeneration): ถังที่ 2 ที่จับความชื้นจนอิ่มตัวแล้ว จะทำการไล่ความชื้นออกจากสารดูดความชื้น โดยใช้อากาศไล่ (Purge Air) หรือความร้อน

                3. การเพิ่มแรงดันใหม่ (Re-pressurization): ถังที่ได้รับการฟื้นฟูแล้วจะถูกอัดแรงดันกลับขึ้นมาให้เท่ากับแรงดันระบบ เพื่อป้องกันปัญหาแรงดันตกกระแทก (Pressure Shock)

                3. การสลับการทำงาน (Switching): ชุดควบคุมอัตโนมัติจะทำการสลับหน้าที่ของทั้งสองถัง เพื่อให้การจ่ายลมแห้งเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

        75-removebg-preview (1)
          
        76-removebg-preview (1)

        ข้อกำหนดระบบกรองลม (Air Filter) เพื่อยืดอายุสารดูดความชื้น

                 ประสิทธิภาพของ เครื่องทำลมแห้ง (Air dryer) จะสมบูรณ์ได้ ต้องมีการติดตั้งระบบกรองลมที่ถูกต้องทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ :

            • ระบบกรองขั้นต้น (Pre-Filter): จำเป็นต้องติดตั้งตัวกรองชนิด Coalescing Filter ไว้ที่ด้านต้นน้ำ เพื่อดักละอองน้ำมันก่อนที่ลมจะเข้าสู่เครื่องทำลมแห้ง หากน้ำมันหลุดเข้าไปเคลือบเม็ดสารดูดความชื้น จะทำให้สารสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำอย่างถาวร

              • ระบบกรองขั้นท้าย (After-Filter): ติดตั้งไว้ด้านท้ายเครื่อง เพื่อดักจับเศษฝุ่นผงของสารดูดความชื้นที่อาจหลุดออกมาจากการเสียดสีกันภายในถัง

              นวัตกรรมสารดูดความชื้น Cerades™ จาก Atlas Copco

                       สำหรับเครื่องทำลมแห้งที่ใช้เทคโนโลยี Cerades™ ซึ่งเป็นสารดูดความชื้นเซรามิกโครงสร้างแข็งที่คิดค้นและพัฒนาโดย Atlas Copco จะ ไม่มีฝุ่นเกิดขึ้นตลอดการใช้งาน จึงตัดความจำเป็นในการใช้กรองละเอียด After-Filter ช่วยลดแรงต้านการไหลของลม และประหยัดพลังงานได้อย่างมหาศาล

              เปรียบเทียบคุณสมบัติของวัสดุดูดความชื้นแต่ละประเภท
                                  ประเภทสารดูดความชื้นคุณสมบัติเด่น
                             Activated Aluminaวัสดุมาตรฐานอุตสาหกรรม ให้ได้ PDP ที่ -40°C มีความแข็งแรงทางกายภาพ ทนทานต่อการสัมผัสหยดน้ำโดยตรง
                           Silica Gelมีความสามารถในการดูดซับสูงในสภาวะความชื้นสัมพัทธ์สูง มักใช้ร่วมกับสารอื่นเพื่อป้องกันน้ำหยดใส่
                             Molecular Sieveซีโอไลต์สังเคราะห์ เพื่อให้ได้ PDP เป้าหมายที่ -70°C หรือต่ำกว่า เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแห้งขั้นสูงสุด
                             Cerades™ (Atlas Copco)สารดูดความชื้นเซรามิกโครงสร้างแข็ง ไร้ฝุ่นละออง ลดแรงตกของแรงดัน (Pressure Drop) ติดตั้งได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
              สรุปการเลือกซื้อและการดูแลโดย Schenken ตัวแทนจำหน่าย Atlas Copco

                       การเลือก เครื่องทำลมแห้ง (Air dryer) ประเภทใช้เม็ดสารดูดความชื้น ที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยป้องกันความเสียหายในกระบวนการผลิตแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า และยืดอายุการทำงานของ เครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลม Atlas Copco ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                       Schenken ตัวแทนจำหน่าย Atlas Copco อย่างเป็นทางการ มีทีมวิศวกรพร้อมให้คำแนะนำ ออกแบบระบบลมอัด ตรวจวัดค่าความชื้น (PDP) และคำนวณจุดคุ้มทุน เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมได้รับทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับระบบลมอัดที่ประหยัดพลังงานและคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด