ปั๊มลม Oil-free Atlas Copco สำหรับผลิตอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์(โรงงานผลิตชิป)
ยกระดับการผลิตแก้วด้วยลมอัดคุณภาพสูง ทำไมโรงงานแก้วยุคใหม่ต้องเลือก Atlas Copco โดย Schenken
อากาศอัดคุณภาพสูงเพื่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ เลือกปั๊มลม Oil-free Atlas Copco กระบวนการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์(โรงงานผลิตชิป) (Semiconductor) จำเป็นต้องใช้ลมอัดที่มีความสะอาดสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากฝุ่นหรือละอองน้ำมันเพียงเล็กน้อยส่งผลเสียโดยตรงต่อคุณภาพสินค้าและเครื่องจักรในสายการผลิต


มาตรฐานลมอัดสะอาดบริสุทธิ์ 100% (ISO 8573-1 CLASS 0)
ความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของน้ำมันในระบบลมอัดคือเรื่องที่โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ (โรงงานผลิตชิป) ยอมรับไม่ได้
เทคโนโลยีไร้น้ำมันที่ผ่านการรับรอง: ปั๊มลมซีรีส์ Z ของ Atlas Copco เป็นเครื่องอัดอากาศรุ่นแรกที่ได้รับการรับรองจาก TÜV ว่า “ไร้น้ำมัน” (Class 0)
ปราศจากการปนเปื้อน: ช่วยลดปัญหาผลิตภัณฑ์เสียหายในขั้นตอนการสร้างลวดลายหรือการประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็ก
ความปลอดภัยในระดับสากล: เราเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ได้รับการรับรอง ISO 22000 มั่นใจได้ในเรื่องความสะอาดทุกขั้นตอน
การใช้งานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
1. ห้องสะอาด (Clean Room): ใช้ในการระบายความร้อนและควบคุมสภาวะอากาศ โดยต้องเป็นอากาศ Class 0 เพื่อไม่ให้มีสารปนเปื้อนหลุดรอดเข้าไป
2. เครื่องมือวัดและอุปกรณ์นิวเมติกส์: ใช้ในการคัดแยก การบรรจุ และการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างแม่นยำ
3. การผลิตก๊าซไนโตรเจน (On-site Nitrogen): ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อก๊าซจากภายนอก ด้วยเครื่องผลิตไนโตรเจนรุ่น NGP+ หรือ NGM+ ที่ประหยัดพลังงานและให้ความบริสุทธิ์สูงถึง 99.999%
4. การบัดกรี (การทำให้โลหะ 2 ชิ้นติดกัน โดยใช้ตะกั่ว) และการชำระล้าง: ลมอัดไร้น้ำมันช่วยให้งานบัดกรีมีประสิทธิภาพและลดสิ่งเจือปนบนผิวชิ้นงาน
ประหยัดพลังงานและลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว
นอกเหนือจากความสะอาด เครื่องอัดอากาศ Atlas Copco ยังโดดเด่นเรื่องการบริหารจัดการพลังงาน
ระบบ VSD (Variable Speed Drive): ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ตามการใช้ลมจริง ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
การนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Energy Recovery): สามารถนำพลังงานความร้อนที่เกิดจากการอัดอากาศกลับมาใช้ในกระบวนการอื่นได้สูงสุดถึง 90%
ความทนทานสูง: ออกแบบมาเพื่อการทำงานหนักต่อเนื่อง ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและลดช่วงเวลา Downtime ของโรงงาน

