เลือก Air Dryer และ Air Filter อย่างไหร่ให้เหมาะสมกับปั๊มลม
ทำไมต้องมี Air Dryer และ Air Filter ในระบบลมอัด
“ ลมอัด (Compressed Air) ที่ออกมาจากปั๊มลมโดยตรง ไม่ใช่ลมสะอาด เพราะมีทั้งความชื้น, ฝุ่นละออง, น้ำมัน และสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ หากไม่จัดการให้ดี จะทำให้:
ท่อลมเกิดสนิม
วาล์วและอุปกรณ์นิวเมติกเสื่อมสภาพเร็ว
สินค้าหรือกระบวนการผลิตได้รับความเสียหาย (โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ยา อิเล็กทรอนิกส์)
ทางออกคือ : การติดตั้ง เครื่องทำลมแห้ง (Air Dryer) และ ตัวกรองลม (Air Filter) ที่เหมาะสมกับระบบ
เครื่องทำลมแห้ง (Air Dryer)
หน้าที่ : กำจัดความชื้นที่อยู่ในลมอัด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิมและการกัดกร่อนในระบบลม
ประเภทหลักของ Air Dryer
1.Refrigerated Dryer (เครื่องทำลมแห้งแบบใช้ความเย็น)
เหมาะกับการใช้งานทั่วไป เช่น โรงกลึง, โรงงานผลิตทั่วไป
ให้ระดับความแห้งประมาณ +3°C PDP (Pressure Dew Point)
2.Desiccant Dryer (เครื่องทำลมแห้งแบบดูดความชื้น)
เหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องการความแห้งมาก เช่น อิเล็กทรอนิกส์, ยา, อาหาร
ให้ความแห้งระดับ -20°C ถึง -70°C PDP
ตัวกรองลม (Air Filter)
หน้าที่ : ดักจับสิ่งปนเปื้อน เช่น ฝุ่นละออง น้ำมัน และไอน้ำมัน ที่ปะปนมากับลมอัด ประเภทของไส้กรองลม (ตามมาตรฐาน Atlas Copco)
General Purpose Filter (G) – กรองฝุ่นหยาบและหยดน้ำมัน
High Efficiency Coalescing Filter (C) – กรองน้ำมันละเอียดและฝุ่นละเอียด
Activated Carbon Filter (D) – ดักจับไอระเหยน้ำมัน (เหมาะกับอาหารและยา)
Particulate Filter (P) – กรองฝุ่นละเอียดจาก Desiccant Dryer
การจัดเรียงที่เหมาะสม: C ➝ D ➝ Air Dryer ➝ P (ขึ้นกับการใช้งาน)
วิธีเลือก Air Dryer และ Air Filter ให้เหมาะสมกับระบบ
| ลักษณะการใช้งาน | แนะนำ |
|---|---|
| ใช้งานทั่วไปในโรงงาน | Refrigerated Dryer + G & C Filter |
| งานพ่นสี | Desiccant Dryer + C & D Filter |
| อุตสาหกรรม | Desiccant Dryer + C, D & P Filter |
| อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ | Desiccant Dryer + High Spec Filters |



