ทำไม Overhaul รอบที่ 3 = ถึงเวลาเปลี่ยนเครื่อง
ค่าใช้จ่าย Overhaul แพงใกล้เคียงกับการซื้อเครื่องใหม่
Overhaul รอบแรก (~24,000 ชม.) = คุ้ม
รอบที่ 2 = เริ่มมีค่าใช้จ่ายสูง (อาจ 40–60% ของเครื่องใหม่)
รอบที่ 3 = ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนแทบทั้งเครื่อง (รวมถึง motor, airend, cooler ฯลฯ)
ตัวอย่างเช่น เครื่อง G75 หาก Overhaul รอบที่ 3 อาจมีค่าซ่อมรวมกว่า 400,000–600,000 บาท ขณะที่เครื่องใหม่ VSD+ ประหยัดไฟ และได้ประกันเครื่องใหม่ ราคาเริ่มต้นเพียง 700,000–800,000 บาท
ประสิทธิภาพการใช้พลังงานตกลงอย่างชัดเจน
หลังใช้งานเครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลม มาประมาณ 8–10 ปี และผ่านการ Overhaul เครื่องมาแล้ว 2 รอบ เครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลมจะมี Specific Energy เพิ่มขึ้น 15–30% แม้จะยังทำงานได้อยู่
หมายถึง “ใช้ไฟมากขึ้น แต่ได้ลมน้อยลง”
เทียบกับเครื่องรุ่นใหม่ Atlas Copco VSD+ ที่ใช้พลังงานต่ำลงถึง 50%
ความเสี่ยงเสียหายฉับพลันสูงขึ้น
Airend / Bearing เสื่อมเกินจุดสูงสุด → โอกาส Fail โดยไม่แจ้งเตือน
เสียหายระหว่างทำงานจริง = หยุดไลน์การผลิต → เสียรายได้มากกว่าค่าเครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลม
เครื่องไม่มีมูลค่าทางบัญชี (Depreciation ครบ)
เครื่องอายุ 10 ปีมัก หมดค่าเสื่อมแล้ว (มูลค่าทางบัญชี = 0 บาท)
การซ่อมรอบที่ 3 = ลงทุนเพิ่มโดยไม่มี “มูลค่าทางบัญชี” รองรับอีก
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | เครื่องเดิม (Overhaul 3) | เครื่องใหม่ (Atlas Copco VSD+) |
|---|---|---|
| อายุเครื่อง | >10 ปี | ใหม่ |
| ประสิทธิภาพพลังงาน | ต่ำ (กินไฟมาก) | สูง (ประหยัดไฟ 30-50%) |
| ค่าใช้จ่ายต่อปี (ไฟ + ซ่อม) | สูง | ต่ำ |
| ความเสี่ยงหยุดผลิต | สูง | ต่ำ |
| ประกันเครื่อง | ไม่มี | มีประกันเครื่อง 1 ปี (ตามเงื่อนไข) |
| ระยะเวลาคืนทุน (Payback) จากการเปลี่ยน | - | 2 - 3 ปี |

